Make astrology
clean, clear, and simple.
 
 
Main Menu
Home
I Ching Oracle (อี้จิง)
ไพ่ยิปซีพยากรณ์
Tarot Spreader
Easy-Step Astrologer
Easy-Step Predictor
Easy-Step Matcher
Uranian Gadgets
Graphic Ephemeris
เอ็นเนียแกรม
ตำราโหราศาสตร์
Articles
UAstrolog
SkyNow

Articles

เหตุใดโหราศาสตร์จึงดูแม่น (วิเคราะห์ด้วยความน่าจะเป็น)

บทความเรื่องนี้ผมเขียนขึ้นเพื่ออธิบายปรากฏการณ์ของโหราศาสตร์ ว่าเหตุใดการทำนายจึงถูกต้องแม่นยำ โดยใช้การพิสูจน์เชิงคณิตศาสตร์ เป็นการวิเคราะห์ด้วยทฤษฎีความน่าจะเป็น แต่จะลดความเข้มของวิชาการลง เอาเป็นพอประมาณให้เห็นภาพและเข้าใจได้ หวังว่าคงจะไม่ทำให้ปวดหัวมากเกินไป

เรามาเริ่มกันที่คำว่า "แม่น" ก่อน ถ้าการพยากรณ์ด้วยโหราศาสตร์ได้ผลที่เรียกว่า "แม่น" หมายความว่า มีเรื่องราวบางอย่างในตัวบุคคล (อาจจะเป็นลักษณะอุปนิสัย หรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้อง) มีความสอดคล้องอย่างใดอย่างหนึ่งกับปัจจัยในดวงชะตา หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งว่า ความหมายที่อ่านได้จากดวงชะตา สอดคล้องกับชีวิตจริงของเจ้าชะตา อย่างนี้เรียกว่า "แม่น"

สำหรับผู้ที่เชื่อในโหราศาสตร์จะเห็นว่า ความแม่นเกิดจากดวงชะตาได้สะท้อนลักษณะของเจ้าชะตาออกมา ถ้าเราได้ดวงกำเนิดที่ถูกต้องมาวิเคราะห์ จะสามารถล่วงรู้ชีวิตของบุคคลได้อย่างหมดสิ้น แต่ความเป็นจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้น ทุกคนยอมรับว่า การทำนายมีทั้งที่ถูกต้องและไม่ถูกต้อง ดวงกำเนิดที่แท้นั้นคืออะไร ก็ยังไม่มีข้อสรุป ขณะปฏิสนธิ? ขณะเริ่มออกจากครรภ์? ขณะหายใจครั้งแรก? ขณะตัดสายรก? ท่านคิดเหมือนผมไหมว่า ด้วยอายุหลายพันปีของศาสตร์นี้ ถ้าดวงกำเนิดที่แท้จริงมีอยู่ มันก็ต้องมีข้อสรุปอะไรบางอย่าง หรือมีสัจจะสูตรของโหราศาสตร์ให้เราได้เห็นกัน แต่จนถึงปัจจุบันยังหาความแน่นอนอะไรไม่ได้เลย ทั้งที่ตามประวัติของโหราศาสตร์มีผู้ศึกษาที่ทรงคุณวุฒิระดับเอกอุจำนวนไม่น้อยทีเดียว หรือเราจะไปผิดทาง?

ผมยังไม่สรุปอะไรในตอนนี้ แต่จะขอวิเคราะห์การทำนายที่แม่นยำของโหราศาสตร์ด้วยหลักความน่าจะเป็น โดยเริ่มตั้งโจทย์ว่า "ความน่าจะเป็นที่ปัจจัยในดวงชะตาใด ๆ จะสะท้อนเรื่องราวหนึ่ง ๆ ของบุคคลนั้นมีเท่าใด?" อาจจะฟังเป็นทางการและทั่วไปเกินไป ขออธิบายด้วยการยกตัวอย่างให้เฉพาะลงไปเช่นว่า "เมื่อบุคคลมีปัญหาในเรื่องความรัก ความน่าจะเป็นที่ปัจจัยในดวงชะตาเกี่ยวกับเรื่องนี้ (ศุกร์หรือเจ้าเรือนที่ ๗ หรือดาวในเรือนที่ ๗) จะสะท้อนปัญหาของเจ้าชะตามีอยู่เท่าใด" นั่นเป็นคำตอบที่เราจะมาหากัน

การวิเคราะห์ตำแหน่งของปัจจัย
เป็นการพยากรณ์ด้วยวิธีพื้นฐานที่สุด คือดูว่าจุดที่เกี่ยวข้องอยู่ในตำแหน่งราศีและเรือนอะไร การวิเคราะห์อย่างนี้ขึ้นอยู่กับปัญหาที่ตั้ง ไม่มีผลสรุปสำเร็จรูป อย่างเช่น จุดที่เกี่ยวข้องอาจจะอยู่ได้ในหลายราศีหรือเรือนที่สอดคล้องกับเรื่องราวนั้น อย่างปัญหาที่ตั้งไว้ ปัญหาเรื่องความรัก ดาวศุกร์อาจจะอยู่ในราศีเมษ (เป็นประเกษตร) หรืออยู่ในราศีกันย์ (เป็นนิจ) หรืออยู่ในราศีมิถุน (รักหลายคนพร้อมกัน) หรืออยู่ในราศีกุมภ์ (รักที่เปลี่ยนแปลงเหนือการคาดเดา) ถ้าเอาแค่นี้จะเห็นว่าดาวศุกร์มีโอกาสที่จะอยู่ในราศีเหล่านี้เป็น

P(ราศี) = P(เมษ) + P(กันย์) + P(มิถุน) + P(กุมภ์) = 1/12 + 1/12 +1/12 + 1/12 = 4/12 = 1/3 หรือ 33%

เมื่อพิจารณาจุดในเรือนชะตา ปัญหาความรักนั้น ศุกร์อาจจะอยู่ในเรือนที่ ๖ (อริ ถ้าแปลแบบสากลคือความรักที่จ้องจับผิด) หรืออยู่ในเรือนที่ ๘ (มรณะ) หรืออยู่ในเรือนที่ ๑๒ (วินาสน์) ถ้าคิดแค่นี้ ความน่าจะเป็นเท่ากับ

P(เรือน) = P(เรือนที่ ๖) + P(เรือนที่ ๘) + P(เรือนที่ ๑๒) = 1/12 + 1/12 +1/12 = 3/12 = 1/4 หรือ 25%

ถ้าเรารวมความน่าจะเป็นของทั้ง ๒ กรณี เข้าด้วยกัน ตามสูตร P(A U B) = P(A) + P(B) - P(A ∩ B) จะได้ดังนี้

P(ราศี หรือ เรือน) = P(ราศี) + P(เรือน) - P(ราศี และ เรือน) = 4/12 + 3/12 - 12/144 = 6/12 = 1/2 หรือ 50%

การหาความน่าจะเป็นกรณีที่ดาวศุกร์จะอยู่ในทั้งราศีและเรือนที่ยกมา ต้องหาโอกาสที่เป็นไปได้ทั้งหมดที่ดาวจะอยู่ในราศีและเรือน ซึ่งเท่ากับ ๑๒ x ๑๒ หรือ ๑๔๔ จากนั้นจับคู่ ๔ ราศี ๓ เรือนได้ ๔ x ๓ เท่ากับ ๑๒ ความน่าจะเป็นกรณีนี้จึงเป็น ๑๒/๑๔๔ หรือ ๑/๑๒

จากความน่าจะเป็นข้างต้นแปลเป็นภาษาคนได้ว่า ถ้าท่านมีปัญหาเรื่องความรัก โดยการพิจารณาดาวศุกร์ในราศีและเรือนเท่านั้น ในดวงชะตาใด ๆ (คือไม่เฉพาะดวงของท่านเอง จะเป็นดวงใคร ๆ หรือดวงมั่ว ๆ ก็ได้) จะมีโอกาสหาคำอธิบายปัญหาเรื่องความรักนี้ได้ในโอกาส ๕๐ เปอร์เซนต์ แปลว่าท่านมีโอกาสทายถูกครึ่งต่อครึ่งทีเดียว นี่ขนาดยกเฉพาะกรณีที่หาคำอธิบายได้ชัด ๆ ยังมีโอกาสผิดถูกเท่ากัน สำหรับหมอดูที่มีเทคนิคแพรวพราวกว่านี้ สามารถหาคำอธิบายได้ในกรณีที่ไม่ค่อยชัดเจนด้วย เช่น ศุกร์ในราศีมีน สามารถแปลได้ว่าความรักเสื่อมคลาย หรือรักไม่ชัดเจน (แม้จะเป็นอุจก็ตาม) หรือศุกร์ในเรือนที่ ๗ (ปัตนิ) "ศุกร์เจ็ดอาจารย์เจ้า ว่าร้อนนิรันดร์" ก็สามารถอธิบายปัญหาเรื่องคู่ได้เช่นกัน และนี่เพียงแค่ดูดาวศุกร์อย่างเดียวเท่านั้น ยังไม่พิจารณาเจ้าเรือนที่ ๗ หรือเจ้าเรือนที่ ๕ (หรือราหูก็บอกถึงความสัมพันธ์ได้เช่นกัน) ทำให้ความน่าจะเป็นในการหาคำอธิบายให้ทายแม่นในทางปฏิบัติสูงกว่านี้อีกมาก เพื่อความเข้าใจขอให้ยกปัญหาอื่นขึ้นมาวิเคราะห์ดูบ้าง เช่น เรื่องการเงิน ท่านจะรู้ว่าเรื่องอย่างนี้ทายอย่างไรก็ถูก

การวิเคราะห์มุมสัมพันธ์
ในการดูดวงจริงเราไม่ได้พิจารณาเพียงแค่ตำแหน่งปัจจัยทางราศีหรือเรือนชะตาเท่านั้น แต่จะพิจารณามุมสัมพันธ์ (และอื่น ๆ) ด้วย ในตอนนี้จะมาหาความน่าจะเป็นที่ปัจจัยจะมีมุมสัมพันธ์สอดคล้องกับเรื่องราวจริง เอาปัญหาเรื่องความรักนี่แหละเป็นตัวอย่าง ถ้าเจ้าชะตามีปัญหาความรัก จุดหนึ่งที่แปลได้ตรง ๆ คือดาวศุกร์จะต้องทำมุมกับดาวเสาร์ โอกาสที่ดาวเสาร์จะทำมุมกับดาวศุกร์เป็นเท่าใด เราจะหากันต่อไป

มุมสัมพันธ์ที่เราจะพิจารณาคือ มุมกุม, เล็ง, ฉาก, ตรีโกณ, โยค, ๔๕, ๑๓๕, ๓๐, ๑๕๐, ๗๒ และ ๑๔๔ รวม ๑๑ มุม นัยว่าเมื่อเสาร์ทำมุมเหล่านี้กับศุกร์ หมอดูสามารถอธิบายถึงปัญหาด้านความรักได้ ความน่าจะเป็นเท่ากับ

P(เสาร์ทำมุมกับศุกร์) = P(กุม) + P(เล็ง) + P(ฉาก) + P(ตรีโกณ) + P(โยค) + P(๔๕) + P(๑๓๕) + P(๓๐) + P(๑๕๐) + P(๗๒) + P(๑๔๔)
= 1/360 + 1/360 + 2/360 + 2/360 + 2/360 + 2/360 + 2/360 + 2/360 + 2/360 + 2/360 + 2/360
= 20/360
= 1/18

มุมกุมกับเล็งมีได้มุมเดียวความน่าจะเป็นจึงเท่ากับ ๑/๓๖๐ ส่วนมุมนอกนั้นมีได้ ๒ มุม คือตามจักรราศีกับย้อนจักรราศี หรือทางซ้ายกับทางขวา ความน่าจะเป็นจึงเท่ากับ ๒/๓๖๐

นั่นเป็นการพิจารณาศุกร์ อันเป็นตัวแทนของความรัก ปัจจัยเดียวเท่านั้น ในทางปฏิบัติเมื่อเสาร์เข้าทำมุมกับจุดสำคัญของดวงชะตา ก็สามารถอธิบายเชื่อมโยงถึงปัญหาได้ทั้งสิ้น จุดสำคัญที่หมอดูมักจะพิจารณาคือ อาทิตย์ จันทร์ และลัคนา เราจะต้องรวมโอกาสที่เสาร์จะทำมุมกับจุดเหล่านี้ไปด้วย ดังนั้นจะได้ค่าโดยประมาณดังนี้

P(ปัญหาเรื่องความรัก) = P(เสาร์ทำมุมกับศุกร์) + P(เสาร์ทำมุมกับอาทิตย์) + P(เสาร์ทำมุมกับจันทร์) + P(เสาร์ทำมุมกับลัคนา) - P(ศุกร์ อาทิตย์ จันทร์ ลัคนาทับซ้อนกัน)
= 1/18 + 1/18 + 1/18 + 1/18 - ตัดทิ้ง
= 4/18
= 2/9

นี่เป็นการคิดที่ระยะวังกะ ๐.๕ องศา คือจุดหนึ่งมีความกว้าง ๑ องศา รอบวง ๓๖๐ องศาจึงมี ๓๖๐ จุด แต่ในการพยากรณ์จริงเราใช้ระยะวังกะกว้างกว่านี้ เช่น ถ้าใช้ระยะวังกะ ๑ องศา จุดจะมีความกว้าง ๒ องศา รอบวง ๓๖๐ องศาจะมี ๑๘๐ จุด ผมขอแสดงผลของความน่าจะเป็นเมื่อเปลี่ยนระยะวังกะ ในตารางที่ ๑

ตารางที่ ๑ แสดงความน่าจะเป็นเมื่อเปลี่ยนระยะวังกะ

ระยะวังกะความกว้างของจุดจำนวนจุดรอบวงP(เสาร์ทำมุมกับศุกร์)P(ปัญหาเรื่องความรัก)
0.5136020/360 = 1/184 x 1/18 = 2/9
1.0218020/180 = 1/94 x 1/9 = 4/9
1.5312020/120 = 1/64 x 1/6 = 2/3
249020/90 = 2/94 x 2/9 = 8/9

หมายความว่า เมื่อเราใช้ระยะวังกะที่ ๒ องศา โอกาสที่จะพบปัญหาเรื่องความรักในดวงชะตาใด ๆ เท่ากับ ๘/๙ หรือ 88.9% แปลว่าเมื่อคนมีปัญหาเรื่องนี้มาดูดวง หมอดูมีโอกาสทายถูกเกือบ ๙๐ เปอร์เซนต์!?! ไม่ใช่เพราะดวงชะตาสะท้อนปัญหาเหล่านั้นออกมา แต่เป็นความน่าจะเป็นที่จะหาคำอธิบายปัญหาได้นั้นสูงมาก จนหมอดูไม่มีโอกาสเสี่ยงที่จะทายผิดเลย (ทั้งนี้ต้องใช้เทคนิคการสนทนาเพื่อล้วงเอาปัญหาที่แท้จริงออกมาด้วย) และหมอดูที่ชำนาญก็มีจุดอื่นมาดูเสริมเพื่อเพิ่มโอกาสให้มากขึ้น เช่น เสาร์ทำมุมกับเจ้าเรือนลัคนา เจ้าเรือนที่ ๗ เจ้าเรือนที่ ๕ หรือกับราหู หรือดาวอื่น ๆ ที่ทำมุมกับดาวศุกร์ (ใช้บ๋อย) หรือเปลี่ยนดาวเสาร์เป็นดาวมฤตยู เนปจูนหรือพลูโต ก็สามารถใช้อธิบายปัญหาเรื่องนี้ได้เช่นกัน ด้วยเหตุอย่างนี้แล ทำให้คนทั่วไปคิดว่าโหราศาสตร์ทายได้แม่น เพราะเป็นภาพสะท้อนตัวตนของเจ้าชะตา แต่ความจริงมันมีความน่าจะเป็นสูงที่จะทายถูก

การวิเคราะห์ศูนย์รังสี
ตอนนี้เราจะมาดูโหราศาสตร์ยูเรเนียนที่ใช้ศูนย์รังสีกัน โดยยกปัญหาเดิมเรื่องความรักมาวิเคราะห์ จุดที่แสดงปัญหาเรื่องความรักคือ เสาร์ทำมุม (ใช้มุมฮาร์โมนิคที่ ๘ ระยะวังกะ ๑ องศา) กับจุดเจ้าชะตา ศุกร์และศูนย์รังสีของจุดเจ้าชะตากับดาวศุกร์ ได้ความน่าจะเป็นโดยประมาณดังนี้

P(ปัญหาเรื่องความรัก) = P(เสาร์ทำมุมกับอาทิตย์) + P(เสาร์ทำมุมกับจันทร์) + P(เสาร์ทำมุมกับลัคนา) + P(เสาร์ทำมุมกับเมอริเดียน) + P(เสาร์ทำมุมกับราหู) + P(เสาร์ทำมุมกับเมษ) + P(เสาร์ทำมุมกับศุกร์) + P(เสาร์ทำมุมกับอาทิตย์/ศุกร์) + P(เสาร์ทำมุมกับจันทร์/ศุกร์) + P(เสาร์ทำมุมกับลัคนา/ศุกร์) + P(เสาร์ทำมุมกับเมอริเดียน/ศุกร์) + P(เสาร์ทำมุมกับราหู/ศุกร์) + P(เสาร์ทำมุมกับเมษ/ศุกร์) - P(จุดทับซ้อนกัน)
= 8/180 + 8/180 + 8/180 + 8/180 + 8/180 + 8/180 + 8/180 + 8/180 + 8/180 + 8/180 + 8/180 + 8/180 + 8/180 - ตัดทิ้ง
= 104/180
= 26/45
= 57.8%

แค่นี้โอกาสทายถูกก็เกือบ ๖๐ เปอร์เซนต์แล้ว ยังไม่รวมดาวทิพย์อย่างคิวปิโด และดาวที่มักจะสร้างปัญหาอย่าง มฤตยู เนปจูน พลูโต ฮาเดส หรือแอดเมตอส นอกจากนี้โหราศาสตร์ยูเรเนียนยังมีการใช้จุดสะท้อน จุดอิทธิพล และมุมฮาร์โมนิคที่ ๑๖ ทำให้เพิ่มโอกาสที่จะเกิดขึ้นให้มากเข้าไปอีก เรียกว่า หาอย่างไรก็เจอ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมโหราศาสตร์ยูเรเนียนจึงใช้ทำนาย (สิ่งที่รู้อยู่แล้ว) ได้แม่นยำ ไม่ใช่เพราะวิชาเขาดี แต่เพราะโอกาสที่เราจะพบจุดที่สอดคล้องกับปัญหาจริงนั้นมันมาก มากจนหาอย่างไรก็เจอ

สรุป
จากที่ลองวิเคราะห์ให้ดูพอประมาณ พอจะสรุปได้ว่า เราสามารถหาจุดในดวงชะตาที่สอดคล้องกับเรื่องราวในชีวิตจริงของเราได้อย่างน่าอัศจรรย์ ไม่เฉพาะดวงของเราเองเท่านั้น แม้ตั้งดวงอะไรมาก็ตาม ก็มีโอกาสดูได้แม่นเหมือนกัน เพราะว่าโอกาสที่จะถูกนั้นมาก ที่โหราศาสตร์ทำนายได้แม่น (ในเรื่องที่รู้อยู่แล้ว) ไม่ใช่เพราะเหตุการณ์บอกอยู่ในดวง แต่มันมีความน่าจะเป็นสูงที่จะได้คำอธิบายที่สอดคล้องกับเรื่องราวจริง ตามที่วิเคราะห์ให้ดู (อาจจะผิดแบบนักคณิตศาสตร์ไปบ้าง ท่านผู้รู้ช่วยกรุณาตรวจดูด้วยครับ ว่าผมมั่วหรือเปล่า)

จากตรงนี้ทำให้เราพอจะเข้าใจว่า ทำไมโหราศาสตร์จึงทำนายเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้วได้ดี แต่ทำนายอนาคตได้ไม่ดีเท่า ก็เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว มีโอกาสสูงมากที่จะหาพบในดวง แต่เรื่องในอนาคตที่ยังไม่เกิดขึ้น มันไม่เหมือนกัน เพราะปัจจัยหนึ่งในโหราศาสตร์แทนความหมายได้มากมาย และแต่ละปัจจัยก็มีความหมายทับซ้อนกันด้วย การจะมีเหตุการณ์เกิดตรงกับความหมายที่ยังไม่รู้ว่าจะเป็นอะไรนั้น ความน่าจะเป็นไม่ใช่แบบที่ว่ามา จะต้องหารด้วยความหมายที่จะเป็นได้ด้วย อาจจะต้องหารด้วย ๑๐ หลาย ๑๐ หรือเป็น ๑๐๐ ก็ได้ ดังนั้นโหราศาสตร์จึง (เหมือนว่าจะ) ดูอดีตได้แม่น แต่ดูอนาคตไม่แม่น ด้วยประการฉะนี้

ป.ล. ก่อนจบเรื่องนี้ผมขอฝากการบ้านไปให้คิดเล่น ๆ ข้อหนึ่ง โจทย์ว่า "ในการโยนเหรียญ ๑ เหรียญ (fair ไม่ถูกถ่วง) ๑๐ ครั้ง ได้ผลเป็นหัวมา ๙ ครั้งแล้ว จงหาผลที่น่าจะเกิดขึ้นในการโยนครั้งที่ ๑๐" มีคำตอบให้เลือกคือ
ก. ออกเป็นหัว เพราะที่แล้วมาออกเป็นหัว ความน่าจะเป็นในการออกหัวจึงมากกว่า
ข. ออกเป็นก้อย เพราะก้อยยังไม่เคยออกเลย ความน่าจะเป็นในการออกก้อยจึงมากกว่า
ค. โอกาสออกหัวหรือก้อยเท่ากัน ๕๐-๕๐ เพราะความน่าจะเป็นในการโยนเหรียญแต่ละครั้งคือ ๕๐%

ถ้าท่านตีโจทย์ข้อนี้แตก จะเข้าใจโหราศาสตร์ได้อีกมากทีเดียว

เขียนโดย กาลจักร
เขียนครั้งแรก: ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๒
แก้ไขเพิ่มเติมครั้งล่าสุด: ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

 
©2007-2017 AstroSimple.com