Make astrology
clean, clear, and simple.
 
 
Main Menu
Home
I Ching Oracle (อี้จิง)
ไพ่ยิปซีพยากรณ์
Tarot Spreader
Easy-Step Astrologer
Easy-Step Predictor
Easy-Step Matcher
Uranian Gadgets
Graphic Ephemeris
เอ็นเนียแกรม
ตำราโหราศาสตร์
Articles
UAstrolog
SkyNow

Articles

ความจริงของโหราศาสตร์

บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อบอกเล่าเรื่องราวอะไรบางอย่างเกี่ยวกับโหราศาสตร์ที่หมอดูไม่รู้ ไม่อยากรู้ ไม่สนใจจะรู้ หรือไม่กล้าจะรับรู้ เพราะอาจจะทำให้ความเชื่อของตนต้องพังทลาย แต่เป็นสิ่งที่นักโหราศาสตร์ผู้รักความจริงควรจะให้ความสำคัญ และรับรู้ข้อมูลหลาย ๆ ด้าน เรื่องที่จะกล่าวถึงคือ ความจริงของโหราศาสตร์ เราจะมาวิเคราะห์กันว่าโหราศาสตร์มีความจริงอยู่หรือไม่ ความจริงนั้น (ถ้ามี) จะเป็นอย่างไร และถ้าไม่มี เราจะวางท่าทีต่อโหราศาสตร์อย่างไร เรื่องนี้ผมเคยทำวิจัยไว้บ้าง แต่ก็เป็นแง่มุมที่เกี่ยวกับพุทธศาสนาซึ่งทำไว้ค่อนข้างชัดเจน ผู้ที่สนใจในแง่นั้นโปรดศึกษาจากงานวิจัย แต่ในที่นี้จะกล่าวถึงในแง่ทั่ว ๆ ไป เน้นด้านวิทยาศาสตร์มากกว่าด้านปรัชญา/ศาสนา เนื้อหาที่ตั้งใจจะเขียนจริง ๆ มีมากพอที่จะเป็นหนังสือหนึ่งเล่ม แต่จะขอคัดหัวเชื้อบางส่วนมาลงที่นี่ เพราะเกรงว่าหนังสืออาจจะไม่มีโอกาสออกมาเป็นเล่ม

ทำไมผมจึงสนใจในเรื่องนี้ ทั้ง ๆ ที่เมื่อรู้แล้วก็ไม่ได้เกิดประโยชน์ต่ออาชีพหมอดูเลย อาจจะขัดแย้งกันด้วยซ้ำ ผมต้องบอกว่ามันเป็นความสำนึกของผู้ที่รักความจริง ผมศึกษาโหราศาสตร์เพราะต้องการรู้ความจริงของศาสตร์นี้ ไม่ได้ต้องการจะตั้งตัวเป็นโหราจารย์ หรือต้องการความเด่นดังอะไร สิ่งที่ผมต้องการคือความจริง และเมื่อได้รู้อะไรมาบ้าง ก็เป็นหน้าที่ที่ต้องนำมาเผยแพร่ต่อไป มิฉะนั้นสิ่งที่ศึกษามาก็จะไม่เกิดประโยชน์แต่ประการใด

ผมขอแบ่งบุคคลที่เกี่ยวข้องกับโหราศาสตร์ออกเป็น ๓ ประเภท คือ (๑) คนที่ศึกษาและใช้โหราศาสตร์ ที่เรียกกันว่า หมอดู โหร หรือนักโหราศาสตร์ (๒) คนที่มาปรึกษาบุคคลประเภทแรก ซึ่งส่วนใหญ่จะมีความเชื่อในโหราศาสตร์ และ (๓) คนทั่วไปที่ไม่ดูดวง ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่เชื่อในโหราศาสตร์ ความจริงบุคคลประเภทที่ ๑ ยังแบ่งได้เป็นแบบ ผู้ศึกษาเพื่อการใช้งานกับผู้ศึกษาวิจัยเพื่อหาความจริง บุคคลประเภทที่ ๒ ก็ยังแบ่งได้เป็นแบบดูเป็นประจำ กับดูเป็นครั้งคราว ตามระดับความเชื่อที่มีต่อศาสตร์นี้ ประเด็นที่ผมจะกล่าวถึงคือ บุคคลเหล่านี้รู้ถึงความจริงของโหราศาสตร์หรือไม่และเท่าใด ผมขอสรุปก่อนที่จะอธิบายต่อไปว่า คนส่วนใหญ่ทั้งสามประเภทยกเว้นผู้ศึกษาเพื่อหาความจริง ไม่รู้ความจริงของโหราศาสตร์ จะรู้บ้างก็เพียงปรากฏการณ์ของโหราศาสตร์ แต่ก็ไม่เข้าใจความจริงที่อยู่เบื้องหลัง แม้จะเป็นหมอดูที่มีชื่อเสียงที่สุดก็ตาม ในบทความนี้ผมจะพยายามชี้ให้เห็นว่า ความจริงที่อยู่เบื้องหลังนี้ (ถ้ามี) มันคืออะไร

บุคคลแต่ละประเภทมีมุมมองต่อความจริงของโหราศาสตร์ต่างกันออกไป อย่างบุคคลทั่วไปที่ไม่สนใจจะดูดวง ก็เห็นว่าโหราศาสตร์เป็นเรื่องเหลวไหล เป็นความเชื่อของคนงมงาย ขาดพื้นฐานของความเป็นจริง ผมว่าคนส่วนใหญ่จะอยู่ในข้อนี้ และบุคคลอีกสองประเภทที่เหลือก็มักจะเป็นเป็นประเภทนี้มาก่อน คือเมื่อผู้ที่ไม่เคยสนใจได้พบกับหมอดูหรือโหรที่สามารถ ความเชื่อของเขาจะเปลี่ยนไป ด้วยความอัศจรรย์ใจในคำพยากรณ์ จนกลายเป็นผู้ที่มีความเชื่อในเรื่องนี้ และบางคนก็สนใจกระทั่งศึกษาจนกลายเป็นหมอดูเองในที่สุด หมอดูน่าจะเป็นบุคคลที่เชื่อในเรื่องนี้มากที่สุด (ยกเว้นผมไว้คนหนึ่ง) แต่ก็ไม่เข้าใจความจริงของโหราศาสตร์ (ผมไม่ได้บอกว่าตัวเองเข้าใจ)

ท่านอาจจะเกิดคำถามขึ้นมาในตอนนี้ว่า การที่หมอดูทายได้แม่นยำดังตาเห็น ยังไม่เป็นการพิสูจน์อีกหรือว่าโหราศาสตร์คือความจริง ยังครับ ข้ออ้างเพียงแค่นั้นไม่เพียงพอที่จะบอกว่าโหราศาสตร์บอกความจริงได้ มันมีอะไรอีกมากที่เราควรจะทำความเข้าใจในเรื่องนี้ ดังจะอธิบายต่อไป

หลักวิชาโหราศาสตร์มีแต่ความขัดแย้ง
ประเด็นนี้นักโหราศาสตร์เข้าใจดี เพราะผู้ที่เริ่มศึกษาจะพบกับปัญหาความขัดแย้งนี้มากมาย เริ่มจากทำไมโหราศาสตร์จึงมีหลายระบบ ทำไมท้องฟ้าอันเดียวกันจึงมีความหมายแตกต่างกัน เห็นได้ชัดจากโหราศาสตร์ระบบตะวันตกกับระบบอินเดียหรือไทยใช้จุดเริ่มจักรราศีต่างกันถึงเกือบ ๑ ราศี แต่ก็ใช้ความหมายของราศีเหมือนกัน การใช้ฤดูกาลแบ่งจักรราศีกับใช้กลุ่มดาวฤกษ์แบ่งจักรราศี อันไหนถูกต้องมากกว่ากัน และทำไมจึงแบ่งกลุ่มดาวฤกษ์ออกเป็น ๑๒ ส่วนเท่า ๆ กัน ตามแนวจักรราศี ทั้ง ๆ ที่แต่ละกลุ่มดาวมีพื้นที่ไม่เท่ากัน และความจริงทางดาราศาสตร์ในแนวจักรราศีมี ๑๓ กลุ่มดาว ไม่ใช่ ๑๒

สำหรับผู้ที่ศึกษาโหราศาสตร์ไทย ก็จะพบว่าทำไมจึงมีปฏิทินหลายระบบ ทำไมปฏิทินที่มีตำแหน่งดาวไม่ตรงตามจริงบนท้องฟ้าจึงมีคนใช้มากกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ และแต่ละฝ่ายก็อ้างความถูกต้องในการพยากรณ์ของตนเอง ทำไมจึงมีสำนักต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย ทำไมจุดเดียวกันจึงทายกันไปได้คนละทิศละทาง บางหลักการก็ใช้ไม่เหมือนกัน บางวิธีการสำนักหนึ่งใช้เป็นพื้นฐานสำคัญ บางสำนักก็ไม่ใช้เลย เช่น การใช้ทักษา หรือดวงนวางคจักร เป็นต้น และอื่น ๆ อีกมากมาย

สำหรับผู้ที่ไปศึกษาทางสากล ก็จะพบปัญหาไม่ต่างกัน เช่น ทำไมตำราหลายเล่มอธิบายความหมายของปัจจัยต่าง ๆ ไม่ค่อยตรงกัน ทำไมต้องมีการแบ่งเรือนชะตาหลายแบบจนเลือกใช้ไม่ถูก ทำไมบางสำนักไม่ใช้ราศีและเรือนชะตาเลย ทำไมจึงมีเทคนิคการพยากรณ์มากมาย ทำไมบางคนใช้อย่างนั้นแล้วแม่น บางคนใช้แล้วไม่แม่น ทำไมราหูจึงมีความสำคัญและความหมายไม่เท่ากับระบบอินเดียหรือไทย ทั้งที่เป็นจุดเดียวกัน อย่างนี้เป็นต้น

กว่านักโหราศาสตร์จะทำลายกำแพงของความขัดแย้งเหล่านี้ลงได้ ก็ต้องใช้เวลาศึกษาและฝึกฝนอย่างมาก แต่ก็ไม่สามารถจะบอกความจริงได้ว่าหลักการที่ขัดแย้งกันเหล่านี้ มีอะไรจริงกว่า หรือจริงที่สุด เพราะถ้าศึกษามาทางใดก็มักจะเชื่อไปในทางนั้น และเห็นว่าสิ่งที่ขัดแย้งกับที่ตนเชื่อนั้นไม่เป็นจริง เหมือนกันกับผู้ที่ศึกษาไปอีกทางหนึ่ง ก็จะเชื่อแบบเดียวกันแต่ไปในทางตรงข้าม เราจึงไม่สามารถหาหลักที่เป็นจริงเสมอได้ในโหราศาสตร์ ผู้ที่ศึกษามามาก รอบรู้ทุก ๆ ศาสตร์ มักจะสรุปว่าทุกอย่างใช้ได้หมด อยู่ที่เราจะเลือกใช้ คำแนะนำนี้ไม่ได้บอกความจริงอะไร เป็นเพียงการสยบความขัดแย้งของสองฝ่าย ความจริงของโหราศาสตร์คืออะไร เราจึงไม่สามารถจะรู้ได้จากหลักการที่มีแต่ความขัดแย้งเหล่านี้

คำพยากรณ์ที่แม่นยำไม่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกครั้ง
จากความขัดแย้งของหลักวิชาที่ได้กล่าวไปแล้ว ทำให้เห็นว่าหมอดูไม่ได้ทายแม่นทุกครั้ง เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นวิชาโหราศาสตร์จะเหลือเพียงวิชาที่ทายได้แม่นยำเท่านั้น แสดงว่าปัจจัยที่ทำให้การพยากรณ์ถูกต้องนั้นไม่ได้อยู่ที่หลักวิชาอย่างเดียว มีปัจจัยที่เกี่ยวกับตัวบุคคลและวิธีการด้วย เช่น ความสามารถในการสื่อสาร การมีส่วนร่วมของลูกค้า การใช้จิตวิทยา การใช้ภาษา ความเชื่อของแต่ละฝ่าย อำนาจจิตหรือสมาธิ อำนาจภายนอก เป็นต้น

ถ้าท่านที่เป็นหมอดูลองสังเกตตัวเอง (โดยไม่อคติ) จะพบว่า ด้วยหลักการเดียวกัน บางครั้งทายแม่น บางครั้งก็ไม่แม่น ทายกับคนนี้แม่น แต่กับคนนั้นไม่แม่น ทายวันนี้แม่น แต่อีกวันไม่แม่น แสดงว่าผลการทำนายหาความแน่นอนอะไรไม่ได้ บางคนจึงต้องใช้อย่างอื่นประกอบด้วย เช่น การนั่งสมาธิก่อนดูดวง การดูเมื่อเวลาเหมาะสม การพึ่งพาพิธีกรรมและไสยศาสตร์ เป็นต้น ตรงนี้บางท่านอาจจะแย้งว่าแม้โหราศาสตร์จะมีถูกบ้างผิดบ้าง แต่ถูกย่อมมีมากกว่าผิด โหราศาสตร์จึงได้รับความเชื่อถือมาอย่างยาวนาน ประเด็นนี้ขอติดไว้ก่อน อ่านไปเรื่อย ๆ จะพบคำตอบเอง

หมอดูมักเลือกรับข้อมูลที่สนับสนุนและทิ้งข้อมูลที่ขัดแย้ง
ผู้ที่ศึกษาโหราศาสตร์มักจะได้แรงบันดาลใจจากเรื่องเล่าของโหราจารย์ในอดีต ว่าทายได้แม่นยำกว่าตาเห็น อย่างโหรชาวไทยคงจะคุ้นเคยกับพระโหราธิบดีในสมัยพระเจ้าปราสาททอง ที่ทายจำนวนหนูที่ครอบไว้ได้ถูกต้อง ทำนายเหตุการณ์ไฟไหม้พระราชวังได้ถูกต้อง ทางตะวันตกหลายคนรู้จักนอสตราดามุสชาวฝรั่งเศสที่ทำนายเหตุการณ์สำคัญ ๆ ของโลกหลายเหตุการณ์ได้ถูกต้อง หรือวิลเลียม ลิลลีชาวอังกฤษที่ทำนายการเกิดโรคระบาดใหญ่ในยุโรป และการเกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ในกรุงลอนดอนได้ถูกต้อง

หมอดูทุกคนใฝ่ฝันที่จะทำนายได้อย่างนั้น และคิดว่าโหราศาสตร์สามารถทายได้โดยไม่ผิดเลย เรื่องนี้เป็นการเลือกรับข้อมูลอย่างไม่เป็นกลาง คือหมอดูจะจำเฉพาะกรณีที่ทายถูกเท่านั้น และไม่สนใจกรณีที่ทายผิด เป็นการขยายส่วนที่สนันสนุนให้ใหญ่เกินจริง และย่อส่วนที่ขัดแย้งให้เล็กเกินจริง ทั้ง ๆ ที่หมอดูนั้นมีทั้งการทายถูกและทายผิดเป็นธรรมดา แต่กรณีทายถูกเท่านั้นที่ได้รับการบอกเล่าและบันทึกไว้

โหราศาสตร์ไม่ผ่านการทดสอบทางวิทยาศาสตร์
ในงานวิจัยของผมในเรื่องโหราศาสตร์กับทัศนะของพุทธศาสนา สรุปไว้ว่าผลการทดสอบทางวิทยาศาสตร์มีทั้งที่สนับสนุนและขัดแย้งกับโหราศาสตร์ แต่เมื่อผมค้นคว้าลึกเข้าไปอีกก็พบว่า ผลการทดสอบด้วยวิทยาศาสตร์นั้นส่วนใหญ่ขัดแย้งกับความเชื่อของโหราศาสตร์ เรื่องนี้มีแง่มุมให้พูดถึงมากมาย แต่ผมจะยกบางกรณีที่เข้าใจได้ง่าย


รูปที่ ๑ ผลการทดสอบการจับคู่ดวงชะตากับบุคคล
(ภาพจาก www.astrology-and-science.com)

รูปที่ ๑ เป็นผลการทดสอบการจับคู่ระหว่างดวงชะตากับบุคคลที่เป็นเจ้าของดวง จากการทดลอง ๕๔ ครั้ง ด้วยนักโหราศาสตร์ ๗๔๒ คน ใช้ดวงชะตา ๑,๔๐๗ ดวง พบว่าได้ผลเฉลี่ยถูกต้อง ๕๑.๗ เปอร์เซ็นต์ แปลว่าดีกว่าการโยนเหรียญหัวก้อยเพียงนิดเดียว (ค่าที่คาดหวังคือใกล้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์)


รูปที่ ๒ ผลการทดสอบการยอมรับความหมายของดวงชะตาร่วมกัน
(ภาพจาก www.astrology-and-science.com)

รูปที่ ๒ เป็นผลการทดสอบการยอมรับร่วมกันของนักโหราศาสตร์ในการแปลความหมายของดวงชะตา จากการทดลอง ๒๘ ครั้ง ด้วยนักโหราศาสตร์ ๕๕๙ คน ใช้ดวงชะตา ๗๖๒ ดวง พบว่าผลเฉลี่ยการเห็นตรงกัน ๕๔.๙ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งน้อยกว่าค่าที่ยอมรับได้คือ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ อธิบายง่าย ๆ คือดวงเดียวกันหมอดูแต่ละคนควรจะแปลความหมายได้ใกล้เคียงกันอย่างน้อยก็ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ผลที่ได้เพียงมากกว่าครึ่งเล็กน้อยที่เห็นตรงกัน

การวิจัยของ Michel Gauquelin
Michel Gauquelin เป็นนักจิตวิทยาและสถิติชาวฝรั่งเศส สนใจโหราศาสตร์ตั้งแต่อายุ ๗ ขวบ จนได้ทำการวิจัยโหราศาสตร์อย่างเป็นระบบที่สุด ได้ผลที่สั่นสะเทือนวงการมากที่สุด บางพวกว่าผลการทดลองของ Gauquelin สนับสนุนโหราศาสตร์ แต่บางพวกก็ว่าไม่ ผมขอพูดถึงผลสรุปของงานวิจัยพอให้เข้าใจดังนี้


รูปที่ ๓ Michel Gauquelin กำลังอธิบายผลการวิจัย
(ภาพจาก www.astrology-and-science.com)

ผลการทดสอบอิทธิพลของราศี มุมสัมพันธ์ ดาวเคราะห์ และตัวของนักโหราศาสตร์นั้นได้ผลเป็นลบ คือการทดลองพบว่าปัจจัยทางโหราศาสตร์ที่สำคัญอย่างราศี ดาวเคราะห์และมุมสัมพันธ์นั้นไม่มีผล รวมทั้งทักษะของนักพยากรณ์ก็ไม่มีผล สิ่งที่มีผลสนับสนุนคือตำแหน่งดวงดาวบนท้องฟ้าขณะเกิด (หรือเรือนชะตา) Gauquelin พบว่าบริเวณใกล้ขอบฟ้าด้านตะวันออก (ลัคนา) และจุดตรงข้าม กับบริเวณอาทิตย์เที่ยงวัน (มิดเฮเวน) และจุดตรงข้าม มีอิทธิพลต่ออาชีพของเจ้าชะตา (มากกว่าลักษณะอุปนิสัย) ดาวที่มีผลในบริเวณดังกล่าวคือ จันทร์ ศุกร์ อังคาร พฤหัส และเสาร์ ดาวอื่นไม่มีผล และจะมีผลเฉพาะกรณีที่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงเท่านั้น (ไม่ใช่บุคคลทั่วไปอย่างเราท่าน) และผลที่ว่านี้แม้จะมีจริงก็น้อยมาก (ค่า effect size ๐.๐๔ หรือมีผล ๕๒ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น)

นอกจากนี้ Gauquelin ยังหาความสัมพันธ์ทางโหราศาสตร์ระหว่างพ่อแม่กับบุตร ในการทดลองครั้งแรก ๆ ด้วยกรณีตัวอย่าง ๑๖,๐๓๔ คน ผลที่ได้เป็นบวกต่อโหราศาสตร์ (แต่ผลน้อยมาก ค่า effect size ๐.๐๑๖) แต่การทดลองครั้งหลังได้ผลเป็นลบ แม้จะเพิ่มจำนวนตัวอย่างเป็น ๓๓,๑๒๐ คนก็ตาม

จากผลการทดลองของ Gauquelin กล่าวได้ว่าโหราศาสตร์ไม่ผ่านการทดสอบเชิงวิทยาศาสตร์ หลักวิชาพื้นฐานของโหราศาสตร์ไม่ได้รับการสนับสนุนจากผลการทดสอบ ในส่วนผลที่เป็นบวก (คือตำแหน่งทางเรือนชะตา) ก็ถูกนักโหราศาสตร์นำไปประโคมว่าผลการทดสอบพิสูจน์โหราศาสตร์ แต่ความจริงผลนั้นน้อยมาก และไม่ตรงกับตำราโบราณที่ว่าเรือนเกณฑ์แรงที่สุด (ผลการวิจัยชี้ว่าเรือนปลายแรงที่สุด) ส่วนผลที่ไม่สนับสนุนนั้นมีมากกว่า นักโหราศาสตร์จึงมักนำผลการวิจัยของ Gauquelin ไปขยายผลเกินความเป็นจริง

การศึกษาของ Dr.Geoffrey Dean
ดร.เจฟฟรี ดีนชาวออสเตรเลียนเคยเป็นนักโหราศาสตร์ เป็นผู้ก่อตั้งสหภาพนักโหราศาสตร์ชาวออสเตรเลียน (Federation of Australian Astrologers) ในภาคตะวันตกของออสเตรเลีย เป็นผู้วิจัยด้านโหราศาสตร์ ที่มีผลงานไม่ค่อยถูกใจนักโหราศาสตร์นัก เนื่องจากดร.ดีนวิจัยเพื่อหาความจริง และผลที่ได้ก็ไม่สนับสนุนโหราศาสตร์เลย ผลงานสำคัญของเขาคือหนังสือ Recent Advances in Natal Astrology: A Critical Review 1900-1976


รูปที่ ๔ หนังสือเล่มสำคัญของดร.ดีน
(ภาพจาก www.astrology-and-science.com)

หนังสือเล่มนี้พิมพ์เมื่อปีค.ศ.๑๙๗๗ (อาจจะพิมพ์ออกมาใหม่อีกในปีค.ศ. ๒๐๑๐) เป็นผลจากการวิจัยศึกษา จากหนังสือโหราศาสตร์ ๓๐๐ เล่ม บทความในวารสาร ๔๐๐ บทความ และงานด้านวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องอีก ๓๐๐ ชิ้น ได้เป็นหนังสือเล่มใหญ่หนา ๖๐๘ หน้า เอกสารอ้างอิงกว่า ๑,๐๐๐ รายการ ผลงานนี้ดร.ดีนทำร่วมกับ Arthur Mather และนักโหราศาสตร์อีก ๕๒ คน กับนักวิทยาศาสตร์จาก ๑๐ ประเทศ เป็นผลงานที่กล่าวได้ว่าดีที่สุด เชื่อถือได้มากที่สุด ในการวิเคราะห์โหราศาสตร์อย่างวิทยาศาสตร์

ผมไม่อาจจะนำเนื้อหาในหนังสือมาเล่าให้ฟังได้ เพราะยากที่จะหาต้นฉบับ แต่ก็มีการอ้างถึงอยู่หลายแห่ง ในเอกสารที่เกี่ยวกับการวิจัยทางโหราศาสตร์ เพราะคนที่จะวิจัยด้านนี้จะต้องอ้างอิงหนังสือเล่มนี้ ผลศึกษาของดร.ดีนพอสรุปได้ว่า

(๑) การอ้างความจริงของโหราศาสตร์ในปัจจุบันอยู่บนความคิดเห็นมากกว่าหลักฐานที่เชื่อถือได้ หมายความว่าคนส่วนใหญ่เชื่อในโหราศาสตร์ด้วยความเชื่อไม่ใช่ด้วยการพิสูจน์
(๒) เป็นการยากที่จะเชื่อว่าความรู้โหราศาสตร์เกิดจากสถิติที่สั่งสมมา เนื่องจากมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก ความเป็นไปได้ที่ปัจจัยเหล่านี้จะผสมกันนั้นมีมหาศาล เกินกว่าที่จะเก็บข้อมูลได้ครบถ้วนทุกกรณี ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ อย่างดาวพลูโตที่เพิ่งค้บพบในปีค.ศ.๑๙๓๐ ยังเดินไม่ครบรอบจักรราศี ย่อมยังไม่มีข้อมูลเชิงสถิติของดาวพลูโตครบถ้วน แล้วความหมายของดาวมาจากไหน?
(๓) โหราศาสตร์ใช้คำพยากรณ์ที่ครอบจักรวาล ประเมินตนเองสูงเกินจริง สรุปจากข้อมูลเพียงบางส่วน และเห็นว่าความบังเอิญที่สอดคล้องกันเป็นผลของโหราศาสตร์ ข้อนี้เขายกตัวอย่างว่ามีกรณีที่ดูดวงของบุคคลหนึ่งถูกต้องทุกเรื่อง ทั้ง ๆ ที่วันเกิดผิดไปถึง ๑๒ วัน

นอกจากนี้ดร.ดีนยังได้ทดลองกลับคำพยากรณ์ที่อ่านจากดวง จากดีเป็นไม่ดี และจากไม่ดีเป็นดี โดยทดสอบกับคน ๒๒ คน พบว่าคนเหล่านี้ก็ยังบอกว่า ๙๕ เปอร์เซ็นต์ของคำพยากรณ์นั้นถูกต้อง

อย่างไรก็ตามด้วยความที่เป็นผู้เชื่อโหราศาสตร์มาก่อน ดร.ดีนได้กล่าวถึงความเชื่อของเขาต่อโหราศาสตร์หลังทำหนังสือเล่มนี้ในการสัมภาษณ์ตอนหนึ่งว่า จิตใจเขาเปิดกว้างมากขึ้น คิดอย่างวิพากษ์วิจารณ์มากขึ้น แต่เขาก็ยังหวังว่าจะมีการตรวจสอบที่หาความจริงนี้ได้ โดยรวม ๆ แล้วเขายังเป็นผู้ที่เชื่อในโหราศาสตร์อยู่

โรเบิร์ต แฮนด์แสดงความเห็นเกี่ยวกับหนังสือของดร.ดีนไว้ท้ายเล่มหนังสือ Horoscope Symbols ว่าเป็นหนังสือที่รวบรวมผลการวิจัยและมุมมองเกี่ยวกับปัจจัยต่าง ๆ ของโหราศาสตร์ที่สำคัญไว้อย่างละเอียดครอบคลุม แต่ก็มีข้อบกพร่องเนื่องจากขาดความรอบคอบ (short-sighted) ในการประเมินความคิดอันหลากหลาย แต่อย่างไรก็ตามแฮนด์ก็เห็นว่าเป็นหนังสือที่มีเอกลักษณ์และทรงคุณค่าอย่างยิ่ง สำหรับการหาคำตอบเรื่องความถูกต้องของหลักการโหราศาสตร์อันหลากหลาย

Rudolf H. Smit ผู้ก่อตั้งเว็บ Astrology-and-Science
รูดอล์ฟ สมิตชาวดัทช์เป็นนักเขียนและบรรณาธิการของวารสาร Correlation ซึ่งเกี่ยวกับการวิจัยด้านโหราศาสตร์ เขาเริ่มต้นด้วยการเป็นนักดาราศาสตร์สมัครเล่น ศึกษาและเป็นนักโหราศาสตร์อยู่ ๑๒ ปี เขียนบทความเกี่ยวกับโหราศาสตร์มากมาย และเป็นผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ astrology-and-science.com เผยแพร่งานวิจัยด้านโหราศาสตร์เพื่อแสดงถึงความจริงของโหราศาสตร์ โดยรวมแล้วเว็บไซต์นี้ไม่ได้สนับสนุนความเชื่อโหราศาสตร์ แต่ไม่ใช่ด้วยอคติหรือความไม่เข้าใจ เพราะสมิตและผู้ที่ทำงานร่วมกับเขาล้วนแต่เป็นผู้ที่เข้าใจโหราศาสตร์อย่างลึกซึ้ง แต่ด้วยความรักที่จะหาความจริงอย่างวิทยาศาสตร์ เขาจึงทำเว็บไซต์นี้ขึ้นมาเพื่อให้ข้อมูลอีกด้านหนึ่งแก่ผู้สนใจโหราศาสตร์ ผมว่าเป็นเว็บที่ให้ข้อมูลด้านตรงข้ามโหราศาสตร์ที่ดีที่สุด ควรที่ผู้จะทำวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้จะต้องศึกษา แต่จะเชื่อเขาหรือไม่ ศึกษาก่อนแล้วค่อยมาตัดสินใจ


รูปที่ ๕ Rudolf Smit กับ Dr.Geoffrey Dean
(ภาพจาก www.astrology-and-science.com)

สมิตเองก็เริ่มจากเป็นคนที่ไม่เชื่อโหราศาสตร์ แต่เมื่อมีประสบการณ์การทำนายด้วยโหราศาสตร์เขาก็เปลี่ยนเป็นผู้ที่เชื่ออย่างจริงจัง ศึกษาและกลายเป็นหมอดูอยู่ถึง ๑๒ ปี จนกระทั่งพบว่าเขาทำนายได้ถูกต้องแม้จะใช้ดวงผิดก็ตาม ทำให้คิดว่าจะต้องมีอะไรผิดปกติ เขาจึงศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง จนพบกับดร.ดีนและได้เข้าใจความจริงในที่สุด เมื่อโลกที่มีความสุขกับโหราศาสตร์พังทลาย เขาเลิกอาชีพเป็นหมอดูในที่สุด (หรือเลิกเรียกเก็บเงินจากการดูดวง เพราะเกิดความรู้สึกเหมือนกับไปหลอกชาวบ้านเขา) แต่เขาก็ยังสนใจโหราศาสตร์อยู่จึงมาเผยแพร่งานวิจัยในอีกด้านหนึ่ง

มาถึงปัจจุบันเขาเล่าว่ากลับมาอ่านดวงอีกครั้ง เพื่อระลึกถึงความรู้สึกดี ๆ ที่ทำนายได้ "แม่น" โดยไม่ได้เรียกค่าดู และบอกคนที่มาดูก่อนว่าเขากำลังแสดงภาพลวงตาให้ดู เขายังเห็นว่าโหราศาสตร์ยังสามารถช่วยคนอื่นได้ ไม่ใช่ตัวโหราศาสตร์เองที่ช่วยได้ แต่เป็นบรรยากาศของการดูดวงที่เกิดขึ้นโดยโหราศาสตร์ทำให้เขาสามารถช่วยคนอื่นได้

"แต่อย่างไรฉันก็ยังเชื่อว่าโหราศาสตร์นั้นใช้ได้!"
หลายท่านที่มีประสบการณ์ก็อาจจะเห็นแย้งขึ้นมาว่า "หมอดูคนนั้นรู้จักฉันจากดวงเหมือนคุ้นเคยกันมานับสิบปี" หรือ "ฉันสามารถบอกได้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้สอดคล้องกับดาวอะไร" ทั้งคนที่เป็นหมอดูหรือคนที่ชอบไปดูดวงล้วนแต่มีประสบการณ์ที่สนับสนุนความเชื่อโหราศาสตร์ ผมก็ไม่ปฏิเสธว่าผมเองก็มีเช่นกัน (มากด้วย) แต่นั่นเป็นเพียงปรากฏการณ์ เราจะมาวิเคราะห์กันดูว่าที่ว่าหมอดูแม่นนั้นอาจจะเกิดจากอะไรได้บ้าง

(๑) การใช้ภาษาที่ไม่มีทางผิด ผมขอยกตัวอย่างคำพยากรณ์ที่ว่า "ท่านกำลังมีเคราะห์ จะประสบอุบัติเหตุ ขอให้รอบคอบระมัดระวัง" เมื่อหมอดูทายอย่างนี้จะมีโอกาสผิดบ้างไหม? คำตอบคือไม่เลย เมื่อเกิดอุบัติเหตุจริงหมอดูก็ถูก เมื่อไม่เกิดหมอดูก็ถูกอีก (เพราะอ้างว่าท่านไปทำอะไรบางอย่างที่ทำให้อุบัติเหตุไม่เกิด เช่นการมีสติ) หรือ "ชีวิตของท่านกำลังจะเปลี่ยนแปลง" ก็เป็นคำพยากรณ์ที่ไม่มีทางผิดเลย เพราะเป็นการใช้คำที่กว้างมาก ๆ กินความตั้งแต่เปลี่ยนงาน ย้ายที่อยู่ เปลี่ยนแฟน เปลี่ยนรถ เปลี่ยนเครื่องใช้ เปลี่ยนสไตล์ เปลี่ยนนิสัย ไปจนถึงเปลี่ยนความคิด ความจริงคือคนเราก็เปลี่ยนแปลงอยู่แล้วเป็นปกติ ไม่ต้องทายก็ได้ นอกจากนี้โหราศาสตร์ยังเต็มไปด้วยสัญลักษณ์ที่ตีความหมายได้มากมายไม่จบสิ้น บางสัญลักษณ์ก็มีความหมายคาบเกี่ยวกัน โอกาสจะทายถูกย่อมมีมาก

(๒) เหตุผลด้านจิตวิทยา มีปัจจัยเชิงจิตวิทยาหลายอย่างที่ทำให้คนมักเชื่อโหราศาสตร์ เช่น
- คนเราชอบเรื่องตื่นเต้นที่น่าประหลาดใจ ทำให้ด่วนสรุปด้วยความอยากให้เป็นจริง
- คนเราคิดด้วยความหวัง ความน่าจะเป็นที่สนับสนุนความหวัง ย่อมอยากให้เป็นจริง
- การเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นพ้องกัน มักจะเชื่อว่าเกี่ยวข้องกัน หรือเป็นสาเหตุของกันและกัน
- การอ้างเหตุผลเข้าข้างตัวเอง แม้คำพยากรณ์จะไม่ค่อยตรง ถ้าเชื่อแล้วก็สามารถยกเหตุผลมาสนันสนุนได้
- คนเรามักจะเชื่อในสิ่งที่เห็น ลองเปรียบเทียบการดูดวงกับการเล่นกล
- คนเรามักจะเลือกรับในสิ่งที่เชื่อ และไม่ใส่ใจสิ่งที่ไม่เชื่อ เช่น ถ้าเราเชื่อในโหราศาสตร์ คำนาย ๑๐ ข้อที่ถูกเพียง ๓ ข้อ เราก็ถือว่า การทำนายนั้นถูกต้อง
- เรามีแนวโน้มที่จะตีความสิ่งที่ได้รับรู้ ตามความเชื่อที่มี

(๓) การใช้เหตุผลผิดพลาด ข้อนี้เกี่ยวกับเหตุผลของบุคคลที่ใช้สนับสนุนความเชื่อโหราศาสตร์ ซึ่งบางครั้งก็ไม่เป็นการใช้เหตุผลที่ถูกต้อง เช่น
- การเชื่อที่ตัวบุคคล อย่างหมอดูคนนี้น่าเชื่อถือ จึงคิดว่าทายแม่น
- การเชื่อว่าโหราศาสตร์มีมานานแล้วและมีคนเชื่อกันมาก แสดงว่าโหราศาสตร์บอกความจริงได้ คิดดูดี ๆ จะเห็นว่าสองประเด็นนี้ไม่เกี่ยวกันเลย
- เห็นว่าบางส่วนแม่น จึงเหมาว่าทุกอย่างจะต้องแม่น เป็นการสรุปจากข้อมูลเพียงบางส่วน เช่น เมื่อดูพื้นดวงแม่น ก็เชื่อว่าดูจรจะแม่นด้วย

(๔) โหราศาสตร์แม่นจริง ข้อนี้ใส่ไว้เพื่อจะได้ไม่ทำลายน้ำใจกันเกินไป เนื่องจากศาสตร์นี้เกิดจากสถิติ ย่อมมีความน่าจะเป็นอยู่บ้าง การทำนายถูกต้องตามหลักวิชาที่สั่งสมกันมายาวนานย่อมต้องมีบ้าง แต่ก็ได้เพียงความน่าจะเป็น ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าไม่ดีไปกว่าการโยนเหรียญสักเท่าใดนัก ข้อนี้อาจจะทำให้หมอดูจำนวนมากไม่เห็นด้วย แต่ถ้าท่านตัดเรื่องการใช้ภาษาที่กำกวมออกไป ตัดเรื่องประเด็นทางจิตวิทยาและการใช้เหตุผลออกไป รวมทั้งความขัดแย้งมากมายในหลักวิชาโหราศาสตร์ แล้วพิจารณาอย่างใจเป็นกลาง ก็จะพบว่าอาจจะเป็นอย่างที่เขาว่าก็ได้

ถ้าอยากรู้ต้องพิสูจน์ด้วยตัวเอง
การจะโต้แย้งอะไรควรจะศึกษาให้ถ่องแท้เสียก่อน ถ้าท่านที่ยังเชื่อว่าโหราศาสตร์บอกความจริงได้ ก็ควรจะทดสอบด้วยตัวเองดังนี้ ก่อนที่จะโต้แย้งอะไร

ให้ตั้งดวงขึ้น ๑๒ ดวงโดยเริ่มจากวันเดือนปีเกิดของตนเอง แล้วเปลี่ยนปีเกิดไปข้างหน้า ๕-๖ ปี ย้อนหลังอีก ๕-๖ ปี เปลี่ยนเดือนไปข้างหน้าและย้อนหลังด้วยปีละ ๑ เดือน (จนได้อาทิตย์อยู่ครบทุกราศี) และเปลี่ยนชั่วโมงเกิดไปข้างหน้าและย้อนหลังไปด้วยปีละ ๒ ชั่วโมง เช่นคนเกิด ๑ มกราคม ๒๕๑๐ เวลา ๑๒.๐๐ น. จะได้ดวงทดสอบดังตารางที่ ๑

ตารางที่ ๑ การตั้งดวงชะตาเพื่อทดสอบความจริงของโหราศาสตร์

ดวงที่วันเดือนปีและเวลาเกิด
๑ สิงหาคม ๒๕๐๕ เวลา ๒.๐๐ น.
๑ กันยายน ๒๕๐๖ เวลา ๔.๐๐ น.
๑ ตุลาคม ๒๕๐๗ เวลา ๖.๐๐ น.
๑ พฤศจิกายน ๒๕๐๘ เวลา ๘.๐๐ น.
๑ ธันวาคม ๒๕๐๙ เวลา ๑๐.๐๐ น.
๑ มกราคม ๒๕๑๐ เวลา ๑๒.๐๐ น. (ดวงกำเนิดจริง)
๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๑ เวลา ๑๔.๐๐ น.
๑ มีนาคม ๒๕๑๒ เวลา ๑๖.๐๐ น.
๑ เมษายน ๒๕๑๓ เวลา ๑๘.๐๐ น.
๑๐๑ พฤษภาคม ๒๕๑๔ เวลา ๒๐.๐๐ น.
๑๑๑ มิถุนายน ๒๕๑๕ เวลา ๒๒.๐๐ น.
๑๒๑ กรกฎาคม ๒๕๑๖ เวลา ๐.๐๐ น.

เมื่อได้ดวงชะตาทั้ง ๑๒ ดวงแล้ว ก็คิดว่ามันเป็นดวงกำเนิดของเรา ให้อ่านทั้งหมดแล้วเปรียบเทียบกับชีวิตของตนเอง ท่านก็จะพบความจริงอะไรบางอย่าง เช่น อาจจะมีบางดวงที่ใช้ได้ดีกว่าดวงกำเนิดจริงเสียอีก หรืออาจจะมีดวงที่ดูได้ "แม่น" มากกว่า ๑ ดวง อย่าเพิ่งเชื่อผมให้ลงมือทำ

แล้วไม่มีผลการวิจัยที่สนับสนุนโหราศาสตร์เลยหรือ?
จริง ๆ ก็ต้องบอกว่ามี แต่ก็มักจะมีการทดลองที่หักล้างได้เสมอ ผมจึงไม่ได้ยกมานำเสนอ และยังมีนักวิชาการที่มีชื่อเสียงมากมายที่สนใจศาสตร์นี้อย่างมาก เช่น คาร์ล จุง (Carl G. Jung) ฮันส์ อายเซงค์ (Hans Eysenck) นักจิตวิทยา หรือเปอร์ซี ซีมัวร์ (Percy Seymour) นักดาราศาสตร์ เป็นต้น ซึ่งแต่ละคนก็มีคำอธิบายในเรื่องนี้แตกต่างกันออกไป เป็นเพียงการตั้งทฤษฎีเพื่ออธิบายปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ละทฤษฎีล้วนมีข้อโต้แย้ง จึงยังไม่มีใครได้ความจริงอันเป็นที่สุดอยู่ดี

แล้วโหราศาสตร์คืออะไรกันแน่
เรื่องนี้อธิบายได้ยาก แต่ขอยกตัวอย่างให้เห็นภาพดังนี้ เนื่องจากคนเราไม่สามารถจะรู้ถึงความจริงแท้ของธรรมชาติได้ เช่น ไม่รู้ว่าทำไมกลไกทางธรรมชาติจึงดำเนินไปเช่นนั้น ไม่รู้ว่าเราเกิดมาอย่างมีสาเหตุและเป้าหมายหรือไม่ ไม่รู้ว่ากรรมเก่าของเรามีมาอย่างไร เป็นต้น แต่เราจะรับรู้ได้เพียงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเท่านั้น อาจเพราะเรามีประสาทรับรู้ที่จำกัด เราทำได้แค่เพียงเห็น ได้ยิน รู้รส ได้กลิ่น และสัมผัสเท่านั้น ความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังเราไม่สามารถจะรู้ได้ เหมือนรูปที่ผมทำตัวอย่างให้ดู (รูปที่ ๖)


รูปที่ ๖ ภาพสมมติสิ่งที่ปรากฏ (ดูภาพจริงด้านล่าง)

ปรากฏการณ์เหมือนภาพลาง ๆ ที่เราเห็น แต่เราไม่รู้หรอกว่าจริง ๆ แล้วมันคือภาพของอะไร เราเพียงแต่เห็นเค้าเพียงบางอย่าง แล้วใช้ความรู้ความเชื่อตลอดจนประสบการณ์ที่มีตีความออกมาว่านั่นคืออะไร โหราศาสตร์ก็เช่นกัน โหราศาสตร์เป็นวิชาที่ใช้ประมาณว่าปรากฏการณ์ที่เห็นนั้นบ่งถึงความจริงอะไรบ้าง ภาพหนึ่งอาจจะมีวิธีดูได้หลายวิธี ผลที่ได้ก็แตกต่างกันออกไป มีถูกบ้างผิดบ้างเป็นธรรมดา แล้วก็ไม่มีใครบอกได้ว่าวิธีใดดีกว่ากัน เพราะเราทุกคนต่างก็ไม่รู้เหมือนกันว่า จริง ๆ แล้วมันคือภาพอะไร

โหราศาสตร์ทำนายเหตุการณ์หรือบอกอุปนิสัยได้จริงหรือ?
แม้โหราศาสตร์จะไม่สามารถทำนายเรื่องราวได้ถูกต้องทั้งหมดหรือทุกครั้ง นักโหราศาสตร์ก็ยังเชื่อว่าโหราศาสตร์มีความสามารถในการทำนายเหตุการณ์หรือบอกอุปนิสัยของบุคคล แต่ทุกอย่างย่อมไม่สมบูรณ์แบบ การทำนายย่อมต้องมีผิดบ้าง เหมือนการวินิจฉัยโรคของแพทย์ การพยากรณ์อากาศ การพยากรณ์เศรษฐกิจ ก็ยังไม่สามารถทำได้ถูกต้อง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ยังใช้กันอยู่ โหราศาสตร์แม้จะทายผิดบ้าง ก็ไม่ยุติธรรมที่จะบอกว่า โหราศาสตร์ไม่ได้บอกความจริง นั่นเป็นความเห็นของนักโหราศาสตร์ที่พยายามปกป้องความเชื่อของตน

ที่กล่าวมาฟังดูมีเหตุผลอยู่บ้าง แต่การเปรียบเทียบโหราศาสตร์กับวิทยาศาสตร์แขนงอื่นอย่างนั้น ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะวิทยาศาสตร์ทำนายผลจากเหตุที่ปรากฏ ต่อเมื่อมีเหตุแฝงที่ไม่อาจจะรู้ได้ ก็มีผลทำให้การทำนายผิดพลาดได้ ซึ่งเป็นที่ยอมรับกัน เพราะความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มีข้อจำกัด แต่การทำนายด้วยโหราศาสตร์ไม่ได้เป็นแบบนั้น โหราศาสตร์ทำนายด้วยระบบสัญลักษณ์ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเหตุและผลของเหตุการณ์ที่จะทำนาย หรือไม่เกี่ยวอะไรกับอุปนิสัยของเจ้าของดวงชะตากำเนิด เป็นการทำนายที่ไม่ใช่เชิงประจักษ์ (non-empirical) เหมือนวิทยาศาสตร์ บางคนอาจจะอ้างว่าเกิดจากสถิติที่เก็บมายาวนานตั้งแต่โบราณ ข้อนี้ฟังดูดี แต่จริง ๆ แล้วสถิติที่ว่านั้นปรากฏเป็นความขัดแย้งมากมายในหลักการของโหราศาสตร์ และนักโหราศาสตร์ใช้คำพยากรณ์ที่เกิดจากการอนุมานมากกว่าข้อมูลทางสถิติ ยกตัวอย่างเช่น การให้ความหมายกับดาวพลูโต เป็นต้น

บางคนอาจจะแย้งว่า ความสอดคล้องระหว่างเหตุกับผลอาจจะไม่จำเป็นสำหรับโหราศาสตร์ เพราะโหราศาสตร์มีปรากฏการณ์ที่สามารถทำนายเหตุการณ์หรือบอกอุปนิสัยบุคคลได้ เรื่องนี้เป็นเพียงความพยายามที่จะหาคำอธิบายการทำงานของโหราศาสตร์ และทฤษฎีที่นักโหราศาสตร์เชื่อถือกันมากในปัจจุบัน เป็นของคาร์ล จุง (Carl G. Jung) นักจิตวิทยาคนสำคัญ เขาเรียกว่า ซิงโครนิซิตี (synchronicity) เป็นการเกิดขึ้นพ้องกันอย่างมีความหมายโดยไม่ได้สัมพันธ์กันด้วยเหตุและผล เรื่องนี้มีรายละเอียดมากเกินไปที่จะกล่าวในที่นี้

ความจริงถ้าเรามาพิจารณาเรื่องการทำนายของโหราศาสตร์อย่างใจเป็นกลางจริง ๆ จะพบว่ามีทั้งส่วนที่ตรงกับไม่ตรงกับเหตุการณ์จริง (ด้วยสาเหตุหลากหลายประการดังที่กล่าวมาในตอนต้น ๆ) ผมขอแสดงเป็นแผนภาพดังรูปที่ ๗ เพื่อเข้าใจได้ง่ายขึ้น


รูปที่ ๗ แผนภาพแสดงคำทำนายกับเหตุการณ์จริง

จากภาพ วงกลมทางขวาแทนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับบุคคลหรืออุปสัยของบุคคลจริง ๆ วงกลมทางซ้ายแทนสิ่งที่ปรากฏหรือบอกในดวงชะตากำเนิด วงกลมทั้งสองจะมีส่วนที่คาบเกี่ยวกัน คือส่วนที่คำทำนายสามารถบอกเรื่องราวได้ตรงกับความเป็นจริง ในความเชื่อ (และความคาดหวัง) ของนักโหราศาสตร์ พื้นที่ส่วนนี้จะต้องมาก อย่างน้อยก็กินพื้นที่ส่วนใหญ่ของวงกลมทั้งขวาและซ้าย (ในทางอุดมคติแล้ววงกลมทั้งสองควรจะซ้อนทับกันพอดี) แต่ในความจริงไม่มีใครรู้ได้ว่าส่วนที่ซ้อนกันนี้จะกว้างมากน้อยเท่าใด ปรากฏการณ์จริงบอกได้ว่า มีบางส่วนของเหตุการณ์จริงที่ไม่ปรากฏในดวง และสิ่งที่บอกในดวงบางอย่างก็ไม่ได้เกิดขึ้นจริง ในดวงของแต่ละคนพื้นที่ส่วนที่ "ทายแม่น" นี้ก็ไม่เท่ากัน และอาจจะขยายกว้างขึ้นหรือหดแคบลงตามเวลาและพัฒนาการของบุคคลที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย

ดังนั้น ถ้าจะกล่าวว่า คำทำนายที่แม่นยำของโหราศาสตร์ เกิดขึ้นเพียงเพราะบังเอิญตรงกับเหตุการณ์จริง ฟังดูมีน้ำหนักกว่าที่จะบอกว่า โหราศาสตร์สะท้อนภาพของความจริงออกมาได้ จุดนี้ผมขอไม่สรุปอย่างนั้น เพื่อให้ท่านทั้งหลายพิจารณาเอาเอง แต่ผลการวิจัยมากมายก็ชี้ไปแบบนั้น

จำเป็นหรือไม่ที่โหราศาสตร์จะต้องบอกความจริง
ผมขอสรุปตรงนี้ก่อนว่า จากการศึกษาอย่างจริงจังของนักโหราศาสตร์และนักวิทยาศาสตร์จำนวนหนึ่งที่ต้องการหาความจริงของโหราศาสตร์ สรุปได้ว่าโหราศาสตร์ไม่สามารถบอกความจริงอะไรได้ (ถ้าได้ก็มีผลน้อยมาก) หรือกล่าวได้ว่าไม่มีความจริงในโหราศาสตร์ แต่ด้วยความน่าสนใจของศาสตร์และความเชื่อมานานจนกลายเป็นวัฒนธรรม โหราศาสตร์จึงได้รับความนิยมจนถึงทุกวันนี้ และจะเป็นที่นิยมกันต่อไป แล้วเราควรจะเลิกเชื่อโหราศาสตร์เลยหรือไม่? ข้อนี้ก็อยากให้พิจารณาอย่างรอบคอบ อย่าเชื่ออะไรทุกอย่างที่ผมเล่าให้ฟัง (แม้มันจะเป็นจริงตามนั้นก็ตาม)

ที่ผมเขียนบทความนี้ขึ้นมาก็เพื่อแสดงข้อมูลอีกด้านหนึ่งให้ผู้ที่ศึกษาโหราศาสตร์ได้รู้กัน ไม่ได้ต้องการมาทำลายความน่าเชื่อถือของโหราศาสตร์ เพราะผมยังรักวิชานี้อยู่ แต่ผมก็ไม่อยู่ในฐานะที่จะปฏิเสธความรู้ของผู้ที่ศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจังมากกว่า โหราศาสตร์เป็นความรู้ที่มีเสน่ห์ ผมมีความสุขเมื่อได้เข้าไปอยู่ในโลกของโหราศาสตร์ และผมก็ยังใช้โหราศาสตร์อยู่ อาจจะไม่ใช่แบบที่หมอดูทั้งหลายใช้กัน แม้ผลพิสูจน์จะพบว่าโหราศาสตร์จะไม่ได้บอกความจริง (บางส่วนหรือทั้งหมด) แต่จากประสบการณ์ของตัวเองผมก็ยังเชื่อว่าโหราศาสตร์สามารถบอกอะไรบางอย่างได้ และผมก็ยังเชื่อมั่นว่าโหราศาสตร์มีประโยชน์ อาจจะไม่ใช่ประโยชน์ที่ตัวโหราศาสตร์เอง แต่ในฐานะเครื่องมือที่เราสามารถใช้ทำความเข้าใจธรรมชาติและสื่อสารกับผู้คนได้

ดังนั้น ความจริงจึงไม่ได้เป็นความจำเป็นที่โหราศาสตร์ต้องมี เหมือนเราคุยกันเรื่องซุปเปอร์แมน ไม่จำเป็นที่ซุปเปอร์แมนจะต้องมีจริง แต่เราได้ประโยชน์จากจินตนาการของซุปเปอร์ฮีโร่ เช่นเดียวกับโหราศาสตร์ ถ้าเรายึดโหราศาสตร์เป็นเป้าหมาย (end) เราอาจจะพบแต่ความผิดหวัง และความลุ่มหลงงมงายไปตลอดชีวิต แต่ถ้าเราใช้โหราศาสตร์เป็นเครื่องมือ (means) เราจะสามารถก้าวไปพบความจริงที่เหนือกว่า



บรรณานุกรม

  • Bobrick, Benson. The Fated Sky: Astrology in History. New York: Simon & Schuster. 2005.
  • Carroll, Robert T. "Astrology". The Skeptic's Dictionary. 2009. http://skepdic.com/astrolgy.html
  • Dean, Geoffrey. "The Gauquelin Work: 1. A Concise History with Photographs". www.astrology-and-science.com. http://www.rudolfhsmit.nl/g-hist2.htm
  • Dean, Geoffrey. "The Gauquelin Work: 2. Opinions, Artifacts, Puzzles". www.astrology-and-science.com. http://www.rudolfhsmit.nl/g-arti2.htm
  • Gray, William D. Thinking Critically about New Age Ideas. Belmont, CA: Wadsworth, 1991.
  • Hand, Robert. Horoscope Symbols. Atglen, PA: Whitford Press, 1981.
  • Holden, James Herschel. A History of Horoscopic Astrology: From the Babylonian Period to the Modern Age. 2nd ed. Tempe, AZ: AFA, 2006.
  • Kelly, Ivan W. "Proof of Astrology". ButterfliesandWheels.com. 2003. http://www.butterfliesandwheels.com/articleprint.php?num=59
  • Kelly, I.W. "Astrology, Cosmology, and Humanistic Astrology". in Philosophy of Science and the Occult. edited by Patrick Grim. New York: State University of New York Press. 1982.
  • Raman, B.V. Planetary Influences on Human Affairs. 7th ed. Bangalore: IBH Prakashana Printery. 1980
  • Smit, Rudolf H. "Astrology My Passion: My Life, My Personal Disaster". www.astrology-and-science.com. http://www.rudolfhsmit.nl/a-pass2.htm
  • Smit, Rudolf H. et al. "The Case for and Against Astrology: End of a Shouting Match". www.astrology-and-science.com. http://www.rudolfhsmit.nl/u-case2.htm
  • Smit, Rudolf H. et al. "Origins of Recent Advances in Natal Astrology". www.astrology-and-science.com. http://www.rudolfhsmit.nl/h-orig2.htm
  • Stone, Anthony Philip. Hindu Astrology: Myths, Symbols and Realities. New Delhi: Select Books. 1981.
  • หลวงวิศาลดรุณกร (อั้น สาริกบุตร). คัมภีร์โหราศาสตร์ไทยมาตรฐาน ฉบับสมบูรณ์. พิมพ์ครั้งที่ ๒, กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์อินเตอร์พริ้นท์. ๒๕๔๐.
  • เขียนโดย กาลจักร
    เขียนครั้งแรก: ๑๗ เมษายน ๒๕๕๒
    แก้ไขเพิ่มเติมครั้งล่าสุด: ๒๓ มกราคม ๒๕๕๕

     
    ©2007-2017 AstroSimple.com