อี้จิงพยากรณ์ (I Ching Oracle)

 

คัมภีร์อี้จิง (I Ching) เป็นคัมภีร์โบราณของจีน มีอิทธิพลต่อความคิดและปรัชญาชีวิตของชาวจีนมากว่า ๓,๐๐๐ ปี หลักปรัชญาของเล่าจื๊อและขงจื๊ออิงอยู่กับคัมภีร์นี้อย่างแนบแน่น ขงจื๊อเคยกล่าวในวัยเจ็ดสิบว่า "หากฉันมีอายุยืนยาวต่อไป ฉันจะอุทิศเวลาห้าสิบปีสำหรับศึกษาคำพยากรณ์เหล่านี้ และด้วยเหตุนั้น ฉันย่อมสามารถหลีกจากความผิดพลาดอันยิ่งใหญ่" [1] กล่าวได้ว่าอี้จิงเป็นรากฐานของอารยธรรมจีนอย่างหนึ่ง

ต้นกำเนิดของคัมภีร์อี้จิงอาจมาจากการเสี่ยงทายโดยใช้กระดูกสัตว์เผาให้แตกเป็นลายงา แล้วผู้พยากรณ์อ่านความหมายจากลายแตกนั้นแก่ผู้ที่มาขอคำทำนาย ครั้นมาถึงสมัยพระเจ้าฟูสี เมื่อ ๖,๐๐๐ ปีที่แล้ว จึงมีการประดิษฐ์ผัง "โป๊ยก่วย" หรือตรีลักษณ์แปดทิศ ขึ้นใช้แทนการเผากระดูกสัตว์ในสมัยโบราณ ต่อมาอีก ๓,๐๐๐ ปี พระเจ้าวูหว่าง ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จิว จึงได้ปรับปรุงตรีลักษณ์เป็นฉักลักษณ์ ๖๔ รูป ที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน [2]

อี้จิงแปลว่าคัมภีร์แห่งการเปลี่ยนแปลง (book of changes) เป็นระบบสัญลักษณ์ที่เกิดจากหยินและหยาง พลังคู่ของธรรมชาติ โดยหยางแสดงได้ด้วยเส้นทึบ หยินแสดงได้ด้วยเส้นขาด หยาง หมายถึง สวรรค์ (ฟ้า) ความสว่าง ผู้ชาย ดวงอาทิตย์ สิ่งที่ปรากฏชัด เป็นต้น ส่วนหยิน หมายถึง โลก (ดิน) ความมืด ผู้หญิง ดวงจันทร์ สิ่งที่ซ่อนอยู่ เป็นต้น ทั้งสองด้านของหยางและหยินทำให้เกิดสิ่งต่าง ๆ ขึ้นในจักรวาล นักปราชญ์จีนโบราณได้สร้างคัมภีร์อี้จิงขึ้นเพื่อใช้เป็นคู่มือดำเนินชีวิตให้สอดคล้องกับธรรมชาติ โดยอาศัยการเปลี่ยนไปมาระหว่างหยินกับหยางเป็นสำคัญ

เมื่อนำหยินกับหยางมาผสมกัน ๓ เส้น จะเกิดรูปขึ้น ๘ รูป เป็นการแยกปรากฏการณ์ในธรรมชาติออกเป็น ๘ ชนิด มีรายละเอียดดังนี้ [3]
สัญลักษณ์ชื่อความหมายภาพพจน์คำอธิบาย
เฉียนสิ่งที่สร้างสรรค์ฟ้า (สวรรค์)มีคุณสมบัติแห่งความแข็งแรง หมายถึงพ่อ
เตว่ยสิ่งที่ปราโมทย์ทะเลสาบมีคุณสมบัติแห่งความรื่นเริง หมายถึงลูกสาวคนที่ ๓
หลีสิ่งที่เกาะติดไฟมีคุณสมบัติแห่งการเป็นผู้ให้แสงสว่าง หมายถึงลูกสาวคนที่ ๒
เจิ้นสิ่งที่เร้าใจเสียงฟ้าร้องมีคุณสมบัติแห่งการเคลื่อนไหวที่เร้าใจ หมายถึงลูกชายคนแรก
ซวิ่นสิ่งซึ่งสุภาพลมหรือไม้มีคุณสมบัติแห่งการซึมซาบและแผ่ซ่าน หมายถึงลูกสาวคนแรก
ข่านสิ่งที่ลึกสุดหยั่งน้ำมีคุณสมบัติแห่งอันตราย หมายถึงลูกชายคนที่ ๒
เกิ้นการอยู่นิ่งภูเขามีคุณสมบัติแห่งการหยุดพัก หมายถึงลูกชายคนที่ ๓
คุนสิ่งที่พร้อมรับดิน (โลก)มีคุณสมบัติแห่งการอุทิศตัวและยอมตาม หมายถึงแม่

เมื่อนำทั้ง ๘ รูปนี้มาผสมกันเป็นคู่ จะได้ฉักลักษณ์ที่เกิดจาก ๖ เส้นทั้งหมด ๖๔ รูป แต่ละรูปมีความหมายในการพยากรณ์เรื่องราวต่าง ๆ เรื่องความแม่นยำในการพยากรณ์ด้วยอี้จิงนี้ ละเอียด ศิลาน้อยกล่าวไว้ว่า

"ความแม่นยำในการทำนาย หรือในการพยากรณ์ชีวิต โดยใช้หลัก "อี้" นี้ ถ้าจะบอกมีความแม่นยำสูงถึง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ก็จะเป็นการโกหกกันเกินไป เพราะในโลกนี้ไม่มีอะไรสมบูรณ์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เลยแม้แต่สักอย่างเดียว แต่เราก็อยากบอกว่าการทำนายหรือการพยากรณ์ชีวิตตามวิธีแห่งหนังสือเล่มนี้ มีความแม่นยำสูงถึง ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ทีเดียว (วัดจากประสบการณ์ในการใช้ของเราที่ผ่านมา) ซึ่งด้วยความเชื่อมั่นเพียงระดับ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คิดว่าน่าจะมีคุณค่าพอแล้วที่จะเป็น "เพื่อนที่ปรึกษา" ของเราได้เป็นอย่างดี" [4]

การใช้อี้จิงในการทำนาย ต้องเข้าใจปรัชญาความเชื่อในเรื่องโชคชะตาซึ่งแฝงอยู่ในคัมภีร์ มีหลักดังนี้
๑) โชคชะตามี ๒ ด้านคือ โชคดีและโชคร้าย เมื่อวงจรแห่งชีวิตมาถึงช่วงโชคดีเราก็ควรลงมือปฏิบัติหรือกระทำการต่าง ๆ ลงไปให้เต็มที่ เพื่อให้ได้รับผลดีจากโชคดีนั้น แต่ขณะเดียวกันเราต้องอยู่นิ่ง ๆ หรือไม่ก็ล่าถอยออกมาเมื่อโชคชะตากำลังตกต่ำ
๒) วงจรแห่งโชคชะตามนุษย์จะหมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ จากดีเป็นเลวและจากเลวกลับเป็นดี เมื่อโชคดีถึงที่สุดแล้วก็จะเริ่มเสื่อมสลายลง และเมื่อโชคร้ายถึงที่สุดแล้วโชคดีก็จะเริ่มต้นขึ้น วงจรของโชคชะตาจะหมุนไปอย่างมั่นคงเสมอในทุก ๆ คน ดุจการหมุนไปของฤดูกาลทั้ง ๔ ดังนั้นจึงไม่ควรท้อถอยเมื่อโชคร้าย และไม่ควรเหลิงเมื่อโชคดี
๓) ตาชั่งแห่งโชคดีและโชคร้ายมักจะเท่าเทียมกันเสมอ เมื่อเราได้รับความสุขโดยบังเอิญ ไม่ใช่เพราะความสามารถของเราเอง ความสุขนั้นก็จะติดตามมาด้วยความไร้สุขอย่างสอดคล้องและเท่าเทียมกัน และเช่นเดียวกัน โชคร้ายที่เราพบโดยบังเอิญ จะปรากฏความสุขตามมาชดเชยให้เราด้วยในวันหนึ่งข้างหน้าโดยเท่าเทียมกัน ดังนั้นจงหวังพึ่งน้ำพักน้ำแรงของตนเองให้มาก อย่าได้สิ้นหวังไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ยุ่งยากสักเพียงใด [5]

ข้อแนะนำในการพยากรณ์
๑) ให้ตั้งคำถามในเรื่องที่อยากรู้ เช่น เรื่องความปรารถนา เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เรื่องความรัก การแต่งงาน การเงิน การเสี่ยงโชค การเดินทาง การเจรจาตกลง เรื่องคนที่รอคอยเป็นต้น
๒) จะถามอี้จิงเมื่อใด ที่ใดก็ได้ แต่ต้องสงบจิตใจให้เป็นสมาธิสักหน่อย อย่างคิดฟุ้งซ่าน จะได้คำตอบที่ไม่ตรงคำถาม
๓) อย่างถามคำถามเดียวกัน ๒ ครั้ง แต่ถามเรื่องเดียวกันในแง่มุมอื่น ๆ ได้
๔) อ่านคำตอบอย่างระมัดระวัง ตีความอย่างรอบคอบ ใช้คำตอบที่สอดคล้องกับคำถาม ให้ใช้สามัญสำนึกในการตีความ ไม่ต้องคิดมาก
๕) ถามเรื่องราวของคนอื่นได้ แต่อย่าเปิดเผยความลับของเขา
๖) ระดับของโชคแบ่งเป็น ๖ ระดับคือ โชคดี โชคดีมาก โชคดีมากที่สุด โชคร้าย โชคร้ายมาก และโชคร้ายมากที่สุด เป็นการสรุปอย่างคร่าว ๆ ระดับโชคดีอาจจะมีสิ่งที่ต้องระมัดระวังในบางเรื่อง หรือระดับโชคร้ายอาจจะมีข้อดีอยู่บ้าง ให้อ่านคำพยากรณ์โดยละเอียด

คัมภีร์อี้จิงไม่ได้มีฐานะเป็นเพียงตำราพยากรณ์เล่มหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นรากฐานอันสำคัญของปรัชญาจีนโบราณ คัมภีร์นี้บางครั้งเรียกว่า "คัมภีร์แห่งปัญญา" (book of wisdom) เพราะนักปราชญ์คนสำคัญของจีนได้อิทธิพลจากคัมภีร์นี้ อย่างคำสอนของเล่าจื๊อ ก็ได้แรงบันดาลใจมาจากอี้จิง จนแนวคิดปรัชญาของอี้จิงได้แทรกซึมไปทั่วคำสอนของเต๋า [6] นอกจากนั้นอี้จิงยังได้มีอิทธิพลต่อนักจิตวิทยาคนสำคัญคือ คาร์ล จุงที่พยายามอธิบายหลักการของอี้จิงด้วยคำของเขาคือ "ซิงโครนิซิตี" (synchronicity) เป็นความสัมพันธ์ของเหตุการณ์ที่ไม่ได้เป็นเหตุเป็นผลกัน จุงได้เขียนคำนำไว้ในหนังสือ "The I Ching" ฉบับที่กล่าวกันว่าแปลดีที่สุดด้วยเวลานับสิบปีโดยริชาร์ด วิลเฮล์ม (Richard Wilhelm) ในความตอนท้าย ๆ จุงทำให้เรารู้จักคัมภีร์โบราณนี้มากขึ้น โดยกล่าวว่า

"...อี้จิงไม่ได้เสนอตัวเองด้วยข้อพิสูจน์และผลการพิสูจน์ ทั้งไม่ได้คุยโวด้วยตัวเอง และไม่ง่ายที่จะเข้าใจ เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ อี้จิงรอคอยอยู่จนกระทั่งถูกค้นพบ คัมภีร์นี้ไม่ได้นำเสนอข้อเท็จจริงหรือให้กำลังอำนาจ แต่สำหรับผู้รักในความรู้และปัญญา ถ้ามีบุคคลเช่นนั้น อี้จิงก็เป็นหนังสือที่เหมาะสำหรับเขา..." [7]

การทำนายด้วยอี้จิงคล้ายกับไพ่ทาโรต์ซึ่งสามารถอธิบายด้วยหลักจิตวิทยาได้ คือความหมายของเส้น การแสดงออกของหยินและหยางจะสะสมเก็บไว้ใน "ความไร้สำนึกสะสมร่วม" (collective unconcious) มาตั้งแต่โบราณ เมื่อเราใช้อี้จิงเสมือนเรากำลังปลุกจิตใต้สำนึกให้ทำงาน คำตอบที่อยากรู้จะอยู่ในส่วนลึกของจิตใจ โดยจะแสดงออกมาเป็นภาษาสัญลักษณ์ [8]

รายการอ้างอิง
[1] ศัลก์ ศาลยาชีวิน, อิกิง สังสารคัมภีร์, (กรุงเทพฯ: ประพันธ์สาส์น, ๒๕๔๐), หน้า ๗.
[2] ศัลก์ ศาลยาชีวิน, อ้างแล้ว, หน้า ๘-๙.
[3] ละเอียด ศิลาน้อย, อี้จิง เซียมซีวิทยาศาสตร์, (กรุงเทพฯ: ดอกหญ้า, ๒๕๓๘), หน้า ๒๐-๒๑.
[4] ละเอียด ศิลาน้อย, อ้างแล้ว, หน้า ๗.
[5] ละเอียด ศิลาน้อย, อ้างแล้ว, หน้า ๒๓-๒๔.
[6] Richard Wilhelm, "Introduction to the I Ching", http://www.iging.com/intro/introduc.htm
[7] C. G. Jung, "Foreword to the I Ching", http://www.iging.com/intro/foreword.htm
[8] Joseph Murphy, Secret of the I Ching, (USA: Parker Publishing Company, 1970), p. 39.

บรรณานุกรม

เขียนโดย กาลจักร
เขียนครั้งแรก: ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๑
แก้ไขเพิ่มเติมครั้งล่าสุด: ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๑